กลับไปที่รายการดูแลตัวเอง
คู่มือ
Career

คู่มือจัดการความเครียดในที่ทำงานฉบับสมบูรณ์

ประชุม ทำงานล่วงเวลา ขัดแย้งกับหัวหน้า... กลยุทธ์รับมือที่เหมาะกับความเครียดแต่ละแบบในที่ทำงาน

เวลาอ่าน 12นาทีViews 2524 มกราคม 2568
Ad

บทนำ

ประชุม ทำงานล่วงเวลา ขัดแย้งกับหัวหน้า แรงกดดันเรื่องผลงาน... ที่ทำงานคือแหล่งความเครียดอันดับหนึ่งของคนยุคนี้ มีผลสำรวจพบว่าพนักงานออฟฟิศในเกาหลีใต้ถึง 87% เคยประสบความเครียดจากงาน ซึ่งส่งผลกระทบร้ายแรงทั้งต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต แต่ถ้าลาออกไม่ได้ การเรียนรู้วิธีจัดการความเครียดก็คือทางออกที่เป็นจริงที่สุด

สาระสำคัญ

สาเหตุหลักของความเครียดในที่ทำงาน

สาเหตุหลักได้แก่ งานล้นมือและแรงกดดันด้านเวลา บทบาทที่ไม่ชัดเจนและบทบาทที่ขัดแย้งกัน ความขัดแย้งกับหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงาน การประเมินและผลตอบแทนที่ไม่เป็นธรรม วัฒนธรรมองค์กร (การบังคับทำงานล่วงเวลา บรรยากาศแบบเผด็จการ) และความไม่มั่นคงในงาน ก้าวแรกของการจัดการความเครียดคือการแยกให้ออกว่าอะไรที่เราควบคุมได้และอะไรที่ควบคุมไม่ได้

กลยุทธ์รับมือตามสถานการณ์

เมื่องานล้นมือ ให้จัดลำดับความสำคัญด้วยตารางความสำคัญ–ความเร่งด่วน และฝึกพูดคำว่า "ไม่" สำหรับความขัดแย้งระหว่างบุคคล ลองใช้เทคนิคการสื่อสารอย่างสันติ (NVC) ส่วนปัญหากับหัวหน้า ให้สื่อสารโดยยึดข้อเท็จจริงแทนอารมณ์ และถ้าจำเป็นให้ขอความช่วยเหลือจากฝ่ายบุคคลหรือ EAP (โครงการช่วยเหลือพนักงาน)

การฟื้นฟูแบบจิ๋วในที่ทำงาน

เดินเล่น 10 นาทีช่วงพักกลางวัน ยืดเส้น 1 นาทีทุกชั่วโมง หายใจแบบ 4-7-8 สามรอบ คุยเล่นสั้น ๆ กับเพื่อนร่วมงาน — "การฟื้นฟูแบบจิ๋ว" เหล่านี้เมื่อสะสมกันจะช่วยเพิ่มความทนทานต่อความเครียดได้มาก การฟื้นฟูเล็ก ๆ ทุกวันได้ผลดีกว่าการลาพักร้อนยาวครั้งเดียว

หลักฐานจากงานวิจัย

ตามแบบจำลองความต้องการของงาน–การควบคุม (Job Demand-Control) ของคาราเส็ก แม้งานจะมาก แต่ถ้ามีอิสระในการตัดสินใจสูง ความเครียดจะลดลง นอกจากนี้ หากมีแรงสนับสนุนทางสังคม (จากเพื่อนร่วมงานและหัวหน้า) ความเครียดในระดับเดียวกันจะส่งผลต่อสุขภาพน้อยลงมาก โปรแกรมจัดการความเครียดในงานโดยใช้สติเป็นฐาน (MBSR-W) ช่วยลดความเครียดจากงานได้ 32% (Mindfulness, 2019)

วิธีปฏิบัติ

  1. ทุกวันหลังเลิกงาน ให้เขียน "3 สิ่งที่วันนี้ฉันทำได้ดี" เพื่อรักษาความรู้สึกภาคภูมิใจ
  2. ใช้เวลาพักกลางวันเพื่อพักผ่อนจริง ๆ หลีกเลี่ยงการคุยเรื่องงาน
  3. ปิดการแจ้งเตือนหลังเลิกงาน และสร้าง "พิธีเลิกงาน" (จัดกระเป๋า ฟังเพลง) เพื่อแยกงานออกจากชีวิต
  4. ออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ช่วยลดคอร์ติซอลซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดได้ดี

การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

เริ่มต้นวันด้วยการทำสมาธิ 5 นาทีก่อนไปทำงาน เมื่อเจอสถานการณ์ตึงเครียด อย่าเพิ่งตอบสนองทันที ให้ใช้ "กฎ 5 วินาที" (หยุดนิ่ง 5 วินาที) ระหว่างทางกลับบ้าน ลอง "จินตนาการว่าวางความเครียดลง" (ใส่ความเครียดไว้ในกระเป๋าแล้ววางทิ้งไว้ที่หน้าประตู)

ข้อควรระวัง

  • หากความเครียดเรื้อรังพัฒนาไปเป็นภาวะหมดไฟ การจัดการความเครียดธรรมดาจะไม่เพียงพอ ควรไปพบผู้เชี่ยวชาญ
  • การกลั่นแกล้งในที่ทำงานหรือการถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ใช่ปัญหาการจัดการความเครียดส่วนตัว คุณอาจได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
  • การคลายเครียดด้วยแอลกอฮอล์หรือการกินมากเกินไปจะสร้างวงจรอุบาทว์

คำฝากจากใจดี

คุณที่ทำงานอย่างตั้งใจ เหนื่อยมามากจริง ๆ นะ บางครั้งพักบ้างก็ได้ และบอกว่าเหนื่อยก็ได้เหมือนกัน สิ่งที่สำคัญกว่างานคือสุขภาพและหัวใจของคุณ ใจดีขอเป็นกำลังใจให้คุณที่อดทนผ่านวันนี้มาได้อย่างดี

#직장인
#스트레스
#업무
#대처전략
Ad

ดูเนื้อหาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

‘Career’ ดูเนื้อหาอื่นในหมวดนี้

เนื้อหานี้ไม่ได้แทนที่คำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญ หากมีอาการรุนแรง โปรดขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต