กลับไปที่รายการดูแลตัวเอง
บทความ
วิตกกังวล

ความวิตกกังวลเรื่องโลกร้อน: เปลี่ยนความกังวลที่ท่วมท้นให้เป็นการลงมือที่รับมือได้

ถ้าข่าวสภาพภูมิอากาศทำให้คุณแน่นหน้าอกและรู้สึกไร้พลัง นั่นไม่ใช่เรื่องแปลก บทความนี้รวบรวมวิธีดูแลความกังวลและเปลี่ยนมันเป็นก้าวเล็กๆ ที่ทำได้จริง

เวลาอ่าน 6นาทีViews 14 กรกฎาคม 2569
Ad

เคยเป็นแบบนี้ไหม?

มือถือเด้งแจ้งเตือนอากาศร้อนจัด ข่าวก็มีแต่ไฟป่า น้ำท่วม และค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูง ต่อให้วางมือถือลงแล้ว ความคิดว่า "ต่อไปจะเป็นยังไงนะ" ก็ยังวนอยู่ในหัว บางครั้งเห็นถุงพลาสติกจากร้านสะดวกซื้อแล้วรู้สึกผิดขึ้นมา หรือถึงขั้นลังเลว่าควรมีลูกดีไหม

เกิดอะไรขึ้นกับใจเรา

ความรู้สึกแบบนี้มักถูกเรียกว่า ความวิตกกังวลเรื่องสภาพภูมิอากาศ (climate anxiety) หรือ ความวิตกกังวลเชิงนิเวศ (eco-anxiety) ซึ่งครอบคลุมความกังวล ความกลัว ความเศร้า ความโกรธ และความรู้สึกไร้พลังที่เกิดขึ้นเมื่อเรานึกถึงภาวะโลกร้อนและการทำลายสิ่งแวดล้อม มันไม่ใช่ชื่อโรค แต่เป็นคำที่อธิบายปฏิกิริยาตามธรรมชาติที่คนจำนวนมากเผชิญ

ผลสำรวจในหลายประเทศช่วงหลังชี้ให้เห็นแนวโน้มว่า โดยเฉพาะวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ มีความกังวลเรื่องสภาพภูมิอากาศค่อนข้างสูง นักวิจัยหลายคนไม่ได้มองว่าความกังวลนี้เป็นปัญหาที่ต้องกำจัดทิ้ง แต่มองว่าเป็น สัญญาณที่ดีต่อใจว่าคุณรับรู้ถึงความเสี่ยงที่มีอยู่จริง การกังวลแปลว่าคุณใส่ใจโลกใบนี้และคนรุ่นต่อไป

แต่เมื่อความกังวลใหญ่เกินไป ก็อาจเกิดปัญหาได้ ยิ่งภัยคุกคามดูใหญ่โตและอยู่นอกการควบคุม สมองก็ยิ่งปิดสัญญาณเตือนภัยได้ยาก เราอาจติดอยู่กับการ ไถข่าวร้ายไม่หยุด (doomscrolling) หรือในทางกลับกัน ตัดเรื่องนี้ออกไปเลยเพราะคิดว่า "ทำไปก็ไม่มีประโยชน์" ทางจิตวิทยามองว่า ถ้าความรู้สึก "ฉันทำอะไรไม่ได้เลย" อยู่นานเกินไป ความสิ้นหวังก็มักจะลึกลง ดังนั้นหัวใจสำคัญไม่ใช่การลบความกังวลทิ้ง แต่คือ การย่อความกังวลให้อยู่ในขนาดที่แบกไหว แล้วเชื่อมมันเข้ากับการลงมือทำ

สิ่งที่ลองทำได้ตั้งแต่วันนี้

1. ตั้งชื่อให้ความรู้สึก

ลองบอกตัวเองในใจว่า "ตอนนี้ฉันกำลังกังวลอยู่นะ" หรือ "ฉันเศร้าและโกรธด้วย" แค่ได้เรียกชื่ออารมณ์ ใจก็อาจสงบลงได้บ้าง ความรู้สึกนี้ไม่ได้แปลว่าคุณผิดปกติ แต่มาจากความตั้งใจอยากปกป้องสิ่งที่มีค่า

2. กำหนดเวลาดูข่าว

ไม่จำเป็นต้องตัดขาดข้อมูลทั้งหมด แต่ลองสร้างขอบเขต เช่น เช็กข่าววันละครั้งในเวลาที่กำหนด และเลี่ยงข่าวสภาพภูมิอากาศก่อนนอน การอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับทางแก้และการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกควบคู่กับข่าวปัญหา จะช่วยให้มองอย่างสมดุลขึ้น

3. เลือกทำหนึ่งอย่างที่อยู่ในมือเรา

ลองเขียนความกังวลแบ่งเป็นสองช่อง: สิ่งที่ฉันควบคุมได้ และ สิ่งที่ฉันควบคุมไม่ได้ แล้วเลือกเรื่องเล็กๆ จากช่องแรกมาแค่หนึ่งอย่าง พกกระบอกน้ำ ปฏิเสธถุงพลาสติก กินมังสวิรัติสักมื้อ หรือนั่งรถไฟฟ้าแทนขับรถ เล็กแค่ไหนก็ไม่เป็นไร วางความอยากทำให้สมบูรณ์แบบลง แล้วเลือกสิ่งที่ทำต่อเนื่องได้

4. อย่าแบกไว้คนเดียว

ความกังวลเรื่องโลกร้อนยิ่งเก็บไว้คนเดียวยิ่งหนัก การเข้าร่วมกิจกรรมเก็บขยะในชุมชน ปลูกต้นไม้ หรือกลุ่มอาสาด้านสิ่งแวดล้อมกับคนที่รู้สึกเหมือนกัน ช่วยลดความรู้สึกไร้พลังและเติม ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและความหวัง แค่ได้เล่าความกังวลนี้ให้คนใกล้ตัวฟังอย่างจริงใจก็ช่วยได้มาก

5. หายใจช้าๆ ท่ามกลางธรรมชาติ

ลองเดินเล่นช้าๆ ในสวนสาธารณะ หรือใช้เวลาสักครู่มองต้นไม้และท้องฟ้า การได้เชื่อมโยงกับธรรมชาติที่เราอยากปกป้องโดยตรงช่วยปลอบประโลมความกังวล และเตือนให้นึกถึงเหตุผลที่เรารักมัน


เมื่อไหร่ควรขอความช่วยเหลือ

ถ้าความกังวลทำให้นอนไม่หลับ หรือกระทบต่อการทำงาน การเรียน และชีวิตประจำวันจนทำอะไรไม่ค่อยได้ คุณไม่จำเป็นต้องอดทนอยู่คนเดียว ถ้าความสิ้นหวังต่ออนาคตไม่จางหาย หรือมีอาการคล้ายแพนิก ลองปรึกษาแพทย์ จิตแพทย์ นักจิตวิทยา หรือหน่วยบริการสุขภาพจิตใกล้บ้าน และหากรู้สึกว่ากำลังอยู่ในภาวะวิกฤต โปรดติดต่อหมายเลขฉุกเฉินหรือสายด่วนสุขภาพจิตในพื้นที่ของคุณทันที

เมื่อความห่วงใยต่อโลกทำให้ใจหนักอึ้ง ใจดีอยู่ตรงนี้ พร้อมรับฟังคุณอย่างช้าๆ เสมอ

#기후 불안
#에코 불안
#불안
#무력감
#환경
#마음 돌봄
Ad

ดูเนื้อหาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

‘วิตกกังวล’ ดูเนื้อหาอื่นในหมวดนี้

เนื้อหานี้ไม่ได้แทนที่คำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญ หากมีอาการรุนแรง โปรดขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต