กลับไปยังคำศัพท์
จิตวิทยาดิจิทัล

โซเชียลมีเดีย FOMO

Social Media FOMO

เป็นปรากฏการณ์ที่รู้สึกวิตกกังวลว่าตัวเองกำลังพลาดบางสิ่งบางอย่าง เมื่อเห็นประสบการณ์ของผู้อื่นผ่านโซเชียลมีเดีย เป็นปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาสมัยใหม่ที่เกิดจากการรับรู้ชีวิตประจำวันของผู้อื่นแบบเรียลไทม์

Details

โซเชียลมีเดีย FOMO คืออะไร?

โซเชียลมีเดีย FOMO (Fear of Missing Out) คือปรากฏการณ์ที่เกิดความวิตกกังวลว่าตัวเองกำลังตกหลังหรือถูกทิ้งไว้ข้างหลังเมื่อเห็นกิจกรรม ประสบการณ์ และความสำเร็จของผู้อื่นบนโซเชียลมีเดีย ใจดีอยากพูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึกที่คุ้นเคยนี้ด้วยกันนะคะ

กลไกทางจิตวิทยาของ FOMO

โซเชียลมีเดียคือพื้นที่รวบรวมเฉพาะไฮไลท์ของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นภาพงานปาร์ตี้ของเพื่อน ข่าวการเลื่อนตำแหน่งของเพื่อนร่วมงาน หรือการเดินทางต่างประเทศของคนรู้จัก สมองของเราจะเริ่มเปรียบเทียบโดยอัตโนมัติ ทำให้ชีวิตประจำวันของตัวเองดูธรรมดา และเกิดความรู้สึกว่ากำลังพลาดบางสิ่งที่สำคัญ

ปัญหาที่ FOMO ก่อให้เกิด

  • พฤติกรรมตรวจสอบแบบย้ำคิดย้ำทำ: ตรวจสอบโซเชียลมีเดียซ้ำๆ อยู่ตลอดเวลา
  • ความวิตกกังวลและกระสับกระส่าย: แม้ไม่ได้เข้าใช้งานก็ยังกังวลว่าจะพลาดบางอย่าง
  • ความพึงพอใจลดลง: ความพึงพอใจในสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเองลดลง
  • รบกวนการนอนหลับ: ยังคงเช็คฟีดก่อนนอน ทำให้การนอนหลับถูกรบกวน
  • วิธีหลุดพ้นจาก FOMO

    ใจดีบอกว่าเมื่อรู้สึก FOMO สิ่งแรกที่ควรทำคือหยุดสักครู่และรับรู้ความรู้สึกของตัวเอง จำไว้ว่าสิ่งที่เห็นบนโซเชียลมีเดียไม่ใช่ทั้งหมดของความเป็นจริง และการฝึกโฟกัสกับสิ่งที่ตัวเองรู้สึกขอบคุณในชีวิตจะช่วยได้มากค่ะ

    การเปลี่ยนสู่ JOMO

    ในช่วงหลังมานี้ แนวคิดตรงข้ามกับ FOMO อย่าง JOMO (Joy of Missing Out) หรือการหาความสุขจากการพลาดบางสิ่ง กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น ความรู้สึกสบายใจที่ไม่จำเป็นต้องมีส่วนร่วมในทุกสิ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของความสุขที่แท้จริงได้ค่ะ

    💡 ตัวอย่างในชีวิตจริง

    การที่คุณนั่งพักอยู่บ้านในคืนวันศุกร์แล้วเห็นภาพงานรวมตัวของเพื่อนๆ แล้วเกิดความรู้สึกวิตกกังวลว่า 'เราถูกทิ้งไว้คนเดียว' นั่นแหละคือโซเชียลมีเดีย FOMO

    Ad

    อยากพูดคุยเพิ่มเติมเกี่ยวกับ "โซเชียลมีเดีย FOMO" ไหม?

    ใจดีพร้อมสำรวจหัวข้อนี้ร่วมกับคุณและให้คำแนะนำที่เหมาะสม

    แบบทดสอบจิตวิทยาที่เกี่ยวข้อง

    สำรวจแบบทดสอบที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าใจตัวเองลึกขึ้น

    เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาและไม่ทดแทนการวินิจฉัยทางการแพทย์